Postingan
กรมควบคุมโรคเผย ไทยพบโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลัก
ซึ่งแตกออกมาจากสายพันธุ์ JN.1
.
ข้อมูลประเทศไทยปี 2569 ณ วันที่ 23 พ.ค. 2569
พบผู้ป่วยโควิดสะสม 3,642 ราย
เสียชีวิต 1 ราย
.
ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา
ไทยพบรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้น
แต่ยังต่ำกว่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปี
.
ส่วนสถานการณ์ในสิงคโปร์
ช่วงวันที่ 10-16 พ.ค. 2569
พบผู้ติดเชื้อ 12,700 ราย
เพิ่มจากสัปดาห์ก่อนที่พบประมาณ 8,000 ราย
.
ผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลเฉลี่ยต่อวัน
เพิ่มจาก 56 ราย เป็น 73 ราย
ส่วนผู้ป่วย ICU เฉลี่ยประมาณ 1 รายต่อวัน
.
สำหรับสายพันธุ์ในไทย
NB.1.8.1 คิดเป็น 50.95%
ตามด้วย JN.1 24.97%
และ XEC 9.14%
.
กรมควบคุมโรคระบุว่า NB.1.8.1 อาจแพร่ได้ง่ายขึ้นและหลบภูมิได้ดีขึ้น
แต่ตอนนี้ยัง ไม่พบหลักฐานว่าทำให้โรครุนแรงมากขึ้น
.
ข้อมูลจาก : กองโรคติดต่อทั่วไป/กองระบาดวิทยา/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค
.
วันที่ 24 พฤษภาคม 2569


THE STANDARD
กรมควบคุมโรค เผยไทยพบโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลัก เผยยังไม่พบอาการรุนแรงเพิ่มขึ้น
วันนี้ (24 พฤษภาคม) มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงข้อมูลจาก Communicable Diseases Agency Singapore ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เกี่ยวกับสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด โดยระบุว่า ระหว่างวันที่ 10 - 16 พฤษภาคม 2569 พบผู้ติดเชื้อ 12,700 ราย เพิ่มจากสัปดาห์ก่อนที่พบประมาณ 8,000 ราย ผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลเฉลี่ยต่อวันเพิ่มจาก 56 ราย เป็น 73 ราย ผู้ป่วย ICU เฉลี่ยประมาณ 1 รายต่อวัน โดยสายพันธุ์ที่ระบาดหลักคือ NB.1.8.1 พบมากกว่าครึ่งของผู้ป่วยที่ตรวจพบในประเทศ
สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย ปี 2569 ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรค (DDS) ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 พบผู้ป่วยโควิด 19 สะสม 3,642 ราย เสียชีวิต 1 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 30–35 ปี รองลงมาเป็นอายุ 60 ปีขึ้นไป และอายุ 20 – 29 ปี ตามลำดับ ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบการรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่ยังคงต่ำกว่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง
สำหรับสายพันธุ์เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในประเทศไทย ข้อมูลจากสถาบันวิจัยสาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568 – 23 เมษายน 2569 พบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักที่มีการระบาดในประเทศไทย คิดเป็น 50.95% จากตัวอย่างที่ตรวจพบ รองลงมาคือ JN.1 (24.97%) และ XEC (9.14%)
“ปี 2568 พบว่า จำนวนผู้ป่วยและการระบาดเป็นกลุ่มก้อนเพิ่มสูงในช่วงเดือนเมษายน – มิถุนายน และจากการเฝ้าระวังสายพันธุ์เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในประเทศไทย พบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในการแพร่ระบาดในช่วงเวลาเดียวกัน สายพันธุ์ NB.1.8.1 พบการกลายพันธุ์ในตำแหน่งโปรตีนหนามหลายจุดที่เพิ่มเติมจากสายพันธุ์ JN.1 ทำให้มีความสามารถในการแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น และหลบภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดโรครุนแรงมากขึ้น”
ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทยเป็นโรคประจำถิ่นหรือโรคติดต่อตามฤดูกาล แม้ว่าความรุนแรงของโรคและแนวโน้มการแพร่ระบาดลดลง แต่ยังต้องรักษามาตรการที่สำคัญ โดยเน้นมาตรการทางสังคมที่สมดุลกับชีวิตวิถีใหม่ และเน้นย้ำการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด 19 อย่างเคร่งครัด โดยเน้นรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ดังนี้
⚈ ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ ก่อนรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม หลังเข้าห้องน้ำ หรือหลังสัมผัสบริเวณที่มีการสัมผัสร่วมกันจำนวนมาก เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได เป็นต้น
⚈ เมื่อไอหรือจาม ต้องปิดปากและปิดจมูกด้วยผ้าหรือทิชชูทุกครั้ง
⚈ หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีคนหมู่มากหรือแออัด หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา
⚈ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดผู้มีอาการป่วยระบบทางเดินหายใจ เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งหากป่วยอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้
⚈ หากมีอาการสงสัยป่วย เช่น มีไข้ ไอ น้ำมูก ควรตรวจหาเชื้อเบื้องต้นด้วย ATK และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้อื่น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว เพื่อไม่เป็นการนำเชื้อกลับไปติดกลุ่มเสี่ยงที่บ้าน หากผลเป็นบวกให้รีบไปพบแพทย์
ประชาชนสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
#TheStandardNews

Penafian: Konten OKX Orbit ini hanya disediakan untuk tujuan informasi. Selengkapnya
Balasan
Belum ada komentar. Jadilah yang pertama membalas!
